ไ ร้ ส า ร ตามเคย

posted on 22 Jun 2010 19:12 by yuttapon

ฟ้าตอนเย็นๆนี่ เหงาจริงๆ ทั้งบรรยากาศและสีสัน ชวนให้จิตตกทุกที

"บรรยากาศมีอิทธิพลต่อจิตใจเสมอ"   จิงเหรอ!??

ไม่เสมอไปซะหน่อย ตอนแฮ๊ปปี้ มีความสุข ไม่ว่าบรรยากาศจะขมุกขมัวแค่ไหน

ใจก็ยังเบิกบาน ร่าเริงได้เสมอ 

นั่นสิ อาการเริงร่ามันหายไปจากใจชีวิตเรา นานเกินละ

  แล้วเมื่อไหร่

จะหลุดพ้นซะทีเนี่ย อาการแบบนี้ น่าเบื่อที่สุดหดหู่ ห่อเหี่ยว เหี่ยวแล้วเหี่ยวอีก เซ็งชิบ

 ผิดที่เรา

อุตส่าห์ให้เกียรติท่านเป็นผู้ดูแล

แต่แหม ท่านรักษาหน้าที่นี้ไม่ค่อยจะดีเลย  ++อย่างน้อยก็ให้รู้ว่า อย่าหวังพึ่งพาใคร++

แรกเริ่มรับปากเป็นอย่างดี 

" เธอคือดวงใจของชั้น จะดูแลเธอตลอดไป    ไม่ว่าเธอจะเป็นยังไง"

เน่ายังไงก็จะพูด ป่าวประกาศเข้าไป กรูไม่อายใคร

 

เดินไปไหนแทบจะอุ้ม  นั่งกินข้าวแมลงใดใดก็มิได้สัมผัสกายชั้นซักตัว

มือไม้โบกไล่ให้ตลอดเวลายันกินเสร็จ

เออ ดีกว่าที่ดักยุงอีกนะเนี่ย เพราะไม่โดนยุงซักตัว ไม่มีบ่นเมื่อยซักแอะ

พากินข้าวแทบทุกวัน แชร์มั่ง เลี้ยงมั่ง

โห  แอบประทับใจ

ไกลแค่ไหน ดึกยังไง " ชั้นยังอยู่กับเธอ ดูแลเธอได้เสมอ " 

 

smsกำลังใจ หวานย้อย มีมาทั้ง เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอนของทุกวัน

โทรมาหยอดกันเสมอ คำป้อยอทั้งหลาย กำลังใจล้นหลามเป็นกระปุกเก็บตังค์คงรวยละ เต็มทุกวัน

ไม่ว่าเวลาไหนลำบากยังไง ชั้นโทรหาเธอผู้เป็นที่รักได้เสมอเมื่อใจเพรียกหา

ไปไหนที ก็เป็นห๊วง..เป็นห่วง อย่างงั้น อย่างงี้ อย่างโง้น

แหม ดีจริงๆ 

ไอ้คนฟังก็หลง..งงงวยด้วยอารมณ์อ่อนไหว

จะหาชายที่ไหนมาเสนอตัวดูแลกันขนาดนี้ ไม่เคยเจอ

อ่ะพอตกลงละว่าเอาเว๊ยคนนี้

ทันใดนั้น

 

 

6

~

สั จ ธ ร ร ม บั ง เ กิ ด

 ~

 6

 

 

ไม่มีอะไรคงสภาพ

ที่กล่าวมาข้างต้นทุกอย่าง

อันตธาร หายไปหมดสิ้น (ขอบอกว่าเป็นความจริง)

 

ทำให้รักกันแบบนั้น

แล้วกลับมาหักคอกันว่าเธอต้องรักชั้นให้ได้ในแบบวันนี้

ความเข้าใจ เข้าใจ และเข้าใจ เฮ้ย!! แต่มันก็ต้องมีส่วนอื่นประกอบดิ่

 

ผิดเรื่องละท่าน ชั้นชอบความอ่อนโยน ที่ไม่ต้องอ่อนหวาน

แต่นี่มันน่ารำคาญ(ใจ) เอะอะ อะไรก็.....

" เข้าใจเค้ามั่งซิ "

" อย่าใจแคบนะ "

" เธอเอาแต่ได้มากไปรึป่าว "

" เห็นแก่ตัว "

 

เอ๊ะนี่!!   เกิดอะไร ชั้นเป็นมารขึ้นมาทันใด

 

นี่ไง ช่วงหมดโปรฯที่เค้าว่ากัน   อะไร อะไรก็ถูกแปรสภาพย่อยสลายไป

ความรักมันไม่ได้หายไปแต่กลายเป็นสภาพอื่นไป

 

แรกรัก

ไอ้เรางี่เง่าปากเสีย ไม่พูดดีด้วยซักคำ แต่ ท่านก็ยัง  ยิ้มได้เสมอ

เดินมาเจอหน้าท่าน ชั้นทำท่าเมินเหมือนมองไม่เห็นแม้แต่เงา แต่ท่านก็ยัง เดินตามเสมอ

ไม่ได้ขอให้ช่วย แต่ท่าน(อีกเช่นกัน) เสนอหน้าทำให้เสมอ

นั่งหยอดคำหวานมันแทบทุกวัน  ป่าวประกาศว่ารักชั้นทั่วราชอาณาจักร

(ทั้งทีข้าพเจ้ายังไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย)

ทำทุกอย่างได้อย่างไม่มีข้อแม้ 

 

แล้วผิดเหรอ ที่ชั้นจะถามหาความสุขที่เคยได้รับให้กลับมาเหมือนเคย

 

ฝั น ไ ป เ ถ อ ะ 

 

น่าหดหู่ใจซะจริง   แต่โลกจะสดใสหรือหมองเศร้า มันก็อยู่ที่ใจเรา เท่านั้นเอง

 

พรุ่งนี้ชั้นจะช๊อปแก้เซ็ง ว่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า.....

อากาศร้อนๆ แสงแดดแรงๆ
ส่องลงตรงกลางหัว ไร้ลมพัด เสียงรอบข้างเงียบสนิท นกหายไปไหน
  ไม่มีแม้แต่เสียงหมาเห่า  หรือรถซักคันจะวิ่งผ่านเข้ามาในหมู่บ้าน
 
นี่มัน กลางวันน่ะ ทำไมมันเงียบได้ขนาดนนี้(ว่ะ)เนี่ย
ไม่อยากแม้แต่จะเปิดเพลง
ความเงียบ ณ เวลานี้ จะบอกอะไรบางอย่างรึป่าวนะ
รึว่า วันนี้ฉันจะต้องเจอกับเรื่องสาหัสอีก
ไม่นะ ไม่ เมื่อวานฉันก็ทรมานพอแล้ว
 
คำบ่นคล้ายละครวิทยุบางตอนแต่มันก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ
ไม่มีใครอยากเจอเรื่องซ้ำร้าย
เจ็บช้ำใจติดๆกันทุกวัน คงเป็นเพราะเรานั่นแหละหาเรื่องเอง >ทำไมต้องโทษตัวเองว่ะเนี่ย<
 
 
ปากสร้างโลกได้ แต่ดันปล่อยลมไปทำลายซะ(เพราะฉันหรอ)
 
สมอง ไร้สำนึก  รู้สึกผิด แต่ไม่ยอมรับ
เหตุผลขัดแย้งในใจ
" ก็มันไม่ใช่ฉันทั้งหมด ที่ผิด"
แต่ทำไมต้องยอมเเขาตลอด ทำไมฉันไม่รักตัวเองบ้าง
ถ้าเสียใจ ทำไมต้องยอมทน 
 
เพื่ออะไร เอาชนะเหรอ หรือกลัวแพ้
ความรักที่มาพร้อมการเปรียบเทียบมักไม่เติบโตด้วยดีแน่
ความรักที่เดินทางมาคู่ กลับกลายเป็นคี่
 
รักที่ต้องการการยอมรับ
รักที่ใครๆไม่ใฝ่ฝันหา แต่หากต้องมาพบมาเจอเข้าอย่างจัง
อยากจะหนีมันให้ไกล แต่ทำไง
ใจอยู่ตรงนี้ (โห่  เน่าว่ะ)
 
เคยพบวันที่มีความสุขกับตัวตน
คิดว่าจะหนีพ้น กลับต้องมาทนกับความรักขมๆอีกเหมือนเคย
รักเกิดขึ้นกี่ครั้ง ความไม่เท่ากันก็มาเสนอหน้าด้วย
ทำไมจะต้องพยายาม รับให้ได้ 
นี่ ไม่ใช่ทางออก
 
ไม่เอาได้มั๊ย ที่ต้องถูกรักแบบลับๆ
ความผูกพัน อย่าหาคำนี้จากรักของเราเลย 
มาทำไมเมื่อไม่พร้อม (กูล่ะเซ็ง)
ไม่ใช่เรื่องสนุก ที่เกิดขึ้นเร็ว และหวังว่าจะจบง่าย
 
จะยากอะไร ถึงที่สุด สุดท้ายยังไงก็เจ็บปวด วันนี้ก็เจ็บอยู่แล้ว หักดิบมันซะ
คงไม่ถึงตาย อาจหายใจติดๆขัดๆบ้าง
จะสู้  หรือจะถอย
ใจเอ๋ย อ่อนแอซะจริงๆ ใครๆเขาก็รักตัวเอง
เมื่อไม่ไหวเขายังหยุด
 
แล้วเราล่ะ ดันทุรังแล้วได้อะไร ขามีไว้ให้ยืนด้วยตัวเอง
เดินด้วยตัวเองสิ ทำมาได้นานแล้ว 
โดนหักขาอีกรอบ  เปนไงล่ะ
อยากมีนักหนิ ความรักอ่ะ อยากมีคนมารัก ไม่ดูตาม้าตาเรือ สุดท้าย
เหลือเราอีกละ ที่ต้องรักตัวเอง
เจ็บชิบเลย(ว่ะ)
 
 
วันนี้ท่าทางลมจะไม่ทำงาน
อากาศไม่หมุนเวียน
แต่แดดร้อนๆนี่สิ รักษาคุณภาพความร้อนได้ดีทีเดียว
 
เราก็รักษาคุณภาพให้ยังคงรักและซื่อสัตย์ในคนรักแล้ว แต่ทำไมรักกัันนานไปนิด
ความเข้าใจ มันหดหายไปด้วยก็ไม่รู้ 
 
นั่นสิ 
 
ไม่เข้าใจเลย
= =่
 
 
 

ห ม ด แ ร ง...!! ซะงั้น

posted on 29 Dec 2009 22:22 by yuttapon

ทริปที่คิดว่าน่าจะได้พักอย่างเปนสุข ได้ไปอย่างทุกลักทุเล

ทำงานจนวินาทีสุดท้าย จนข้ามวัน    อ่า ... เลยเวลา 

ตั้งใจไป 26 แต่ทำงานเสร็จ 01.17 น. มันข้ามวันไปซะละ หาข้าวกินก่อน

ปาเข้าไป เท่าไหร่ก้อไม่รู้  ... ฮือ ฮือ  จะนอนไหนว๊าเนี่ย

ทำไงอ่ะ ก้อขับรถต่อไป ง่วงก้อนอนมันในรถนั่นละ ถึงเช้าละ  โอ้ววว..ปวดตัวสุดๆ

ลางไม่ดี ผิดเวลา  รอบนี้เช่นเคย ไปแบบเปลี่ยนวิถีชีวิตการเปนอยู่

แถมไปไม่ได้ไกลด้วย อยากจะไปเขาใหญ่ แรงเหลือถึงแค่มวกเหล็ก

เข้า น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ที่นี่ก่อไฟทำอาหารได้  สนานเลยละท่าน

 

แคมป์คราวนี้ก็เปนการเปลี่ยนที่นอนแต่สนุกที่กิน เพราะมันคือแคมป์-ปิ้ง

เอ้า!? อยากกินก้อก่อไฟทำกันเองเนอะ  ลูกเสือ เนตรนารีจะได้ใช้ อีกครั้ง

แต่ใครจะรู้  >>

ไฟไม่ติด**   ติดแล้วมอด ++   มอดแล้วไหม้ "o"   ควันโขมง - -"   สุดท้าย  ดับ   เช่นเคย

 

ไม่ เรายังมีมือดีไปด้วย ในที่สุดเต้นท์เราก้อมีไฟ ทำอาหาร

อาหารที่หร่อยที่สุดในบรรยากาศแบบนี้  มาม่า(ต้มยำ)+ปลาป๋อง   

อากาศเย็นๆแบบนี้  กินร้อนๆอุ่นๆ แย่งกันกิน ยังไงก้ออาหร่อย^^    

 

เต้นท์อื่นๆเค้าก็มาเปลี่ยนที่กินเหล้า พักสมอง เฮฮาปาร์ตี้ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ตามประสาเหล้าเข้าปากแล้ว สนุกเฮฮา เย้ว เย้ เฮ เฮ้ย....  กันไปเรื่อย

 

ใครสนุกไม่ว่า แต่ช้านมากินแล้วก็นอน นอน นอน... หมดแรงแฮะ  อีกอย่างที่จะจำ

จะไม่เปิดโทรศัพท์ช่วงไปเที่ยวพักผ่อน  สมองไม่เปนอันผ่อนคลายเลยซักนิด

เหนื่อยอ่ะ   เปลี่ยนที่กินที่นอน  แต่สมองยัง ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด กับเรื่องงานเหมือนเคย

 

กลับมาถึงบ้าน ไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองไปพักผ่อนมา รู่แต่ว่า  หมดแรงอ่ะ

แต่ก็ยังดี ดีที่ยังได้ไป  อย่างน้อยที่สุด ได้สูดอากาศดีดีกลับมาก็ พอละ

เทศกาลแบบนี้  ที่ไหนๆก็คงมีแต่ความสุขสนุกละเนอะ

                     " สวัสดีปีใหม่ๆนะค๊า "

ในที่สุด วันของเราก็มาถึง อาทิตย์สุดท้ายของปีนี้จะได้เที่ยวพักผ่อนมั่งแล้ว เย้ เย้ เย้!!!

ได้พักซักสามสี่วัน อูวว์...สวรรค์ ในที่สุดก็มีโอกาส (ดีใจมาก เดี๋ยวอดไปอีก)

 

ว่าแต่ จะไปไหนดีอ่ะ ไกลมากคนร่วมทางมันก็ไม่เอา  ไปวังน้ำเขียวก็น่าจะดี

ห็นใครๆเค้าว่าอากาศดี  สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย (เปนไงว๊า..!?..)

แบบกางเต้นท์ แคมป์ปิ้งไรเงี่ย อืมมม.............      ฝันไปก่อน อีกไม่กี่วัน

 

นานมาละ สมัยวัยรุ่นต้นๆ

เคยไปแบบทรหดอดทนหน่อยก็ภูสอยดาว  ลำพังเดินขึ้นภูก็ลำบาก แถมแบกของกันแทบกลิ้ง

แต่บางส่วนก็ใช้บริการ "ลูกหาบ" ลูกหาบนี่แบกของหนักแต่เดินอย่างกะลอยได้ ทางเดินค่อนข้างชัน

และก็มีจุดที่หวาดเสียวเยอะดี เดินพลาดอาจมีร่วงลงไปได้   เห็นคนข้างหน้าเดินร่วงลงไปรายนึง

ไอ้เราเห็นคนเดินนำหน้ามาอยู่ดีดีร่วงลงไป  โอ้วว..ใจหายวาบ ขนลุกขึ้นมาทันใด

 

แต่ โชคยังดีมีพวกเถาวัลย์ กิ่งไม้เยอะแยะให้พอเกาะได้อยู่ พวกเราเลยช่วยกันดึงขึ้นมา

เค้าคนนั้นเลยแค่ถลอกและเสียขวัญนิดหน่อย แต่กระเป๋าที่เค้าแบกมาเนี่ยดิ่ ร่วงลงไป ไม่รู้ลึกแค่ไหน แต่....

ลูกหาบเดินมาถึงถามว่าเป็นไร ก็เลยบอกว่าเมื่อกี๊คนนี้เค้าตก กระเป๋าเค้าหล่นลงไปด้วย

แม่เจ้า!!! พอพูดเสร็จลูกหาบคนนั้น กระโดดลงไปเก็บอ่ะ โอ๊ยย...กระโดดโหนไปมาบนกิ่งไม้แบบชำนาญสุดๆ

อืมม.. ในที่ที่เราไม่คุ้นเคย อะไรๆเราก็มองว่าเป็นเรื่องใหญ่เสมอ เพราะมันไม่ใช่ที่ของเราอ่ะเนอะ

 

ขึ้นไปถึงที่ ได้เห็นพระอาทิตย์กะลังตก สวยจริงๆ   แต่ก็ แค่นั้นแหละสำหรับที่นี่

วันอื่นๆไม่มีอะไรให้เห็น  กลางวันก็เย็นๆ กลางคืน อูยยย....หนาวสะท้านทรวง

ตัวเล็กไขมันมันน้อย ใส่เสื้อซะเจ็ดชั้น ถุงเท้าสองคู่ กางเกงขอสองงงง...แง็ก แง็ก

ใครปวดหนัก อยู่บนนั้นก็นั่งกันกลางทุ่งเลย แฮะ แฮะ.....

เพื่อนคนที่ไปบ่อยๆจะชี้ให้ดูเลยตรงไหนเป็นจุดยอดนิยม ที่เค้าจะมาปล่อยกัน

รู้แบบนั้นไอ้หนักๆ มันเลยไม่ปวดเลย  อดทนมาสี่วัน 

แต่ก็สนุกกสุดๆที่ได้ไป ได้รู้ว่าอากาศหนาวๆการงมม่ามาในหม้อสนามกะเพื่อนนี่มัน....สุดยอดดดที่สุดเลย

 

 

อ่า แล้วทริปนี้ละ ที่ไหนดีน๊า.... คิด คิด คิดก่อน

ชั่วโมงนี้ ที่ไหนก็ได้ละว๊า ขอให้ได้เปลี่ยนที่ ไม่กี่วันก็ยังดี ชาร์ตพลังกันซักหน่อย

มีความสุขกันถ้วนหน้านะค๊า

 

เพิ่งรู้นะเนี่ย

posted on 05 Dec 2009 16:28 by yuttapon

อากาศสบายๆ หน้าหนาวที่หนาวแค่ไม่กี่วัน เป็นอย่างงี้แหละกรุงเทพฯ

บรรยากาศเหงาของฤดูนี้อาจมีมากหน่อย  เย็นๆออกไปยืนดูต้นไม้หน้าบ้านกับแม่

แม่เอ่ยว่า " อากาศเย็นๆกับช่วงพระอาทิตย์กำลังจะตก บรรยากาศมันจะเหงา ดูหดหู่มากเลยเนอะ "

 

" โอ้ แม่เรา "

เด็กจนโตไม่เคยได้ยินแม่พูดแบบนี้เลย แม่มีอารมณ์แอบเหงาด้วยเหรอเนี่ย

เอ๊า!! แม่เราก็สาวเนอะ  มีแน่ๆแหละเหงา

 

แต่ถามที่ไร ก็ปากแข็งทู้กกกที   

เช๊อะ!! ชั้นไม่เหงาหรอ อยู่แบบนี้น่ะ ดีแล้ว สบายจายยย.....

แกอยากจะไปอยู่ที่ไหนก็ไปไม่ต้องมาห่วงชั้น มีคนอยู่ด้วยแล้ววุ่นวาย

อีกอย่างบ้านชั้นจะได้ไม่รกด้วย

โดนอีกตามเคย โดนว่าทำบ้านเค้ารกอี๊ก  แหะ แหะ....  ก็รกจิงอ่ะเนอะ เปนที่เก็บสินค้าไปซะละ

 

ปกติเราอยู่ด้วยกันแต่ไม่ค่อยคุยอะไรกันมาก ต่างมีโลกส่วนตัว ไม่ยุ่งกะใคร

แม่ชอบอยู่ที่สงบๆเงียบๆ และเปนหนอนหนังสือตัวยง อยู่บ้าน เวลาสุขที่สุดของแม่คือ

อ่านนิยาย อ่านได้ทั้งวันทั้งคืนโดยไม่หลับไม่นอน(สุดยอดดด....) เปนงี้มาตั้งแต่สมัยจำความได้

แม่ชอบทำอาหาร ทดลองทดสอบ และทำมันทุกอย่าง

ทั้งอาหาร ขนม ไทย จีน ฝรั่ง ประมาณว่าอยากรู้อะไรต้องทำให้ได้

สมัยเราเด็กๆแม่เปิดร้านเบเกอร์รี่ ภูมิใจที่บ้านเปนร้านเบเกอร์รี่ เพื่อนอิจฉาได้กินหนมเยอะแยะ อิอิ....

แต่ลูกไม่เอาไหนซักอย่าง เจียวไข่ได้ก็สุดยอดแล้ว

 

เซ็งที่สุดของแม่คือ

เวลาเรามีแขกมาบ้าน แหะ แหะ...  เพราะแม่จะชอบนอนเอกเขนกอ่านหนังสือกลางบ้านมั่ง

ข้างบ่อปลามั่ง หรือหน้าประตูบ้านก็มี แม่บอกว่า นั่นคือเวลาพักผ่อนและสบายใจที่สุดในบ้านของช้าน

แม่เลยบอกให้รีบไปหาที่อยู่ใหม่เร็วๆชั้นต้องการความสงบและเปนส่วนตัว 

ฮือ ฮือ...กดดันลูก ยังมะมีตังค์ซื้ออ่ะ

 

วันนี้แอบมาเม้าท์แม่แทนอาคุงพ่อ เพราะมีแม่ ที่เปนทั้งพ่อและแม่มาตลอด

แม่แข็งแกร่งและทำหน้าโหดได้ดีกว่าผู้ชายบางคนในโลกนี้หลายร้อยเท่า

แม่แข็งแรงและเสกอาหารให้เราได้ทุกอย่างที่อยากจะกิน

แต่วันนี้เพิ่งรู้ว่า แม่ก็เคยแอบเหงาเวลาเดียวกับเราเหมือนกัน

เอ๊ !! เราต่างหากที่เหงาเวลาเดียวกับแม่มากกว่า เนอะ เนอะ

 

edit @ 5 Dec 2009 17:54:22 by i_va